กายภาพบำบัดเจ็บไหม สิ่งที่ผู้ป่วยมักกังวลก่อนเริ่มรักษา

อาการปวดกล้ามเนื้อ ปวดข้อต่อ หรือภาวะออฟฟิศซินโดรมเรื้อรัง เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ผู้ป่วยตัดสินใจเข้ารับการตรวจรักษาที่ คลินิกกายภาพบำบัด แต่ความกังวลเกี่ยวกับระดับความเจ็บปวดระหว่างการรักษา มักเป็นปัจจัยที่ทำให้หลายคนลังเล ภาพจำของการดัดข้อต่อและการยืดกล้ามเนื้ออย่างรุนแรงในอดีต อาจสร้างความเข้าใจคลาดเคลื่อนเกี่ยวกับขั้นตอนการรักษาทางการแพทย์ในปัจจุบัน

ความรู้สึกต่างกันตามวิธีที่ใช้

คลินิกกายภาพบำบัดมีหลายเทคนิคให้เลือก และนักกายภาพบำบัดเลือกใช้ตามอาการของแต่ละคน การประคบร้อนหรือเย็นและเครื่องมือไฟฟ้าบำบัดให้ความรู้สึกอุ่น เย็น หรือสั่นเบา ๆ โดยทั่วไปไม่เจ็บ การคลายกล้ามเนื้อและเคลื่อนไหวข้อต่อด้วยมืออาจกดเจ็บตรงจุดที่เกร็ง เช่นกล้ามเนื้อบ่าของคนที่นั่งทำงานทั้งวัน แต่ไม่ควรถึงขั้นทนไม่ไหว การยืดกล้ามเนื้อให้ความรู้สึกตึงตามธรรมชาติ ซึ่งต่างจากอาการเจ็บแปลบ ส่วนการออกกำลังกายบำบัดทำให้เมื่อยล้ากล้ามเนื้อคล้ายการออกกำลังกายทั่วไป

หลังทำกายภาพบำบัดแล้วระบมไหม

ได้ และพบบ่อยในช่วงไม่กี่ครั้งแรก เพราะกล้ามเนื้อและข้อต่อกำลังปรับตัวกับการเคลื่อนไหวแบบใหม่ อาการระบมมักเกิดภายในหนึ่งถึงสองวันหลังทำ แล้วค่อย ๆ ดีขึ้น คนที่ปวดมานานหรือกล้ามเนื้อเกร็งมากอาจรู้สึกชัดกว่าคนที่เพิ่งเริ่มมีอาการ ความระบมเล็กน้อยแบบนี้ต่างจากอาการที่แย่ลงเรื่อย ๆ ซึ่งต้องแจ้งนักกายภาพบำบัดที่คลินิกกายภาพบำบัดหรือแพทย์

อาการที่ต้องบอกนักกายภาพบำบัดทันที

เจ็บแปลบรุนแรง เจ็บร้าวลงแขนหรือขา ชา อ่อนแรง เวียนศีรษะ หรืออาการเดิมแย่ลงอย่างชัดเจน เป็นอาการที่ควรบอกทันที ไม่จำเป็นต้องอดทนเงียบ ๆ เพราะนักกายภาพบำบัดปรับแรงกด เปลี่ยนท่า หรือเปลี่ยนวิธีได้ในขณะนั้น หากกลับบ้านแล้วมีอาการบวม แดง ปวดเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง หรือมีอาการใหม่ที่ไม่เคยเป็น ให้ติดต่อคลินิกกายภาพบำบัดหรือแพทย์

บอกระดับความเจ็บเป็นตัวเลข

ที่คลินิกกายภาพบำบัด นักกายภาพบำบัดมักให้ผู้ป่วยบอกระดับความเจ็บตั้งแต่ 0 ถึง 10 โดย 0 คือไม่เจ็บเลย และ 10 คือเจ็บที่สุด ตัวเลขช่วยให้ปรับแรงได้แม่นขึ้น และช่วยให้เห็นว่าอาการดีขึ้นหรือไม่เมื่อเทียบระหว่างครั้ง ถ้ารู้สึกว่าแรงเกินไป บอกว่าขอเบาลงได้เลย กายภาพบำบัด ที่ได้ผลไม่จำเป็นต้องเจ็บ

ครั้งแรกที่คลินิกกายภาพบำบัด

ครั้งแรกส่วนใหญ่เป็นการประเมิน นักกายภาพบำบัดจะซักประวัติอาการ ดูท่าทางและการเคลื่อนไหว ตรวจกล้ามเนื้อและข้อต่อ แล้ววางแผนร่วมกับผู้ป่วย บางคลินิกอาจเริ่มรักษาเบา ๆ ในครั้งเดียวกัน ช่วงประเมินไม่ควรทำให้เจ็บมาก และเป็นโอกาสที่ดีที่จะบอกความกังวลทั้งหมดก่อนเริ่ม

เตรียมตัวก่อนไป

ก่อนไปคลินิกกายภาพบำบัด ให้สวมเสื้อผ้าหลวมที่ขยับง่ายและเปิดบริเวณที่ปวดได้ กินอาหารเบา ๆ ก่อนไปเพื่อไม่ให้หิวหรือเพลีย เตรียมรายการยาที่ใช้ โรคประจำตัว และผลตรวจหรือภาพถ่ายทางการแพทย์ที่มี จดคำถามไว้ล่วงหน้าจะไม่ลืมถามตอนอยู่ในห้อง และถ้ากลัวเจ็บ บอกนักกายภาพบำบัดได้ตรง ๆ เขาจะเริ่มด้วยวิธีที่เบาลงให้

เลือกคลินิกกายภาพบำบัดที่ทำให้สบายใจ

ถ้ายังกังวลเรื่องความเจ็บ ลองเลือกคลินิกกายภาพบำบัดที่ให้เวลาอธิบายแผนการรักษาก่อนเริ่ม ตอบคำถามได้ชัด และปรับความแรงตามที่ผู้ป่วยบอก ควรเป็นสถานพยาบาลที่ได้รับอนุญาต และมีนักกายภาพบำบัดที่มีใบประกอบวิชาชีพ การไปคลินิกกายภาพบำบัดที่เหมาะกับตัวเองช่วยให้ครั้งแรกผ่านไปได้ง่ายกว่าที่คิด

กลุ่มที่ควรแจ้งให้ชัดก่อนเริ่ม

ผู้ที่เพิ่งผ่าตัด มีอาการบาดเจ็บฉับพลัน ผู้สูงอายุ ผู้ที่เป็นโรคกระดูกพรุนหรือโรคหัวใจ และผู้ที่ตั้งครรภ์ ควรแจ้งนักกายภาพบำบัดที่คลินิกกายภาพบำบัดให้ครบก่อนเริ่ม เพราะวิธีและความแรงที่เหมาะสมต่างจากคนทั่วไป บางกรณีแพทย์อาจต้องตรวจก่อนเริ่มกายภาพบำบัด